5 วิธีลดถุงใต้ตา ทำง่าย ได้ผลชัวร์

5 วิธีลดถุงใต้ตา ทำง่าย ได้ผลชัวร์

5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%84

หากใครมีปัญหารอบดวงตาหรือใต้ตาคล้ำแล้วละก็  บทความนี้ช่วยคุณได้ด้วย 5 วิธีง่ายๆเพื่อลดถุงใต้ตาและลดอาการบวมลง รับรองว่า ทำง่าย ได้ผลชัวร์

  1. ลดอาการตาบวมด้วยแตงกวา

ข้อนี้หลายๆคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิธีการง่ายๆก็คือ นำแตงกวาที่แช่เย็นมาหั่นบางๆไม่เล็กไม่ใหญ่ จากนั้นนำมาวางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง แล้วปล่อยไว้ 20 – 30 นาที จากนั้นเอาแตงกวาออก วิธีนี้เนื่องจาก ในแตงกวาจะมีมอยส์เจอไรเซอร์ซึ่งเป็นสารจากธรรมชาติช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นรอบดวงตา นอกจากนี้ ยังทำให้ผิวรอบดวงตาดูชุ่มชื้น ปลุกความสดใส แถมบอกลาปัญหาผิวรอบดวงตาหมองคล้ำ บวมได้อีกด้วย

  1. ลดอาการตาบวมด้วยมันฝรั่ง

นำมันฝรั่งหั่นเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาวางที่เบ้าตั้งสองข้าง 20 นาทีแล้วเอาออก คุณสมบัติของมันฝรั่งจะช่วยลดอาการบวม จะทำให้ถุงใต้ตาที่บวมเป่ง ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

  1. ลดอาการบวมด้วยช้อนเย็น

วิธีอาจดูตลก แต่ลองทำดูก็ไม่เสียหาย เพียงนำช้อนแช่ในตู้เย็น 10 – 15 นาที จากนำมาครอบลงบนเบ้าตาทั้งสองข้างจนความเย็นนั้นหายไป ความเย็นจากช้อนจะช่วยหลอดเลือดให้หดตัวและบรรเทาอาการตาบวมลงได้

  1. ลดอาการตาบวมด้วยถุงชา

หลายคนอาจได้ยินวิธีกันมาบ้างแล้ว โดยการนำถุงชามาชงกับน้ำร้อน แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น หรือนำน้ำชาที่หายร้อนไปแช่ในตู้เย็นเพื่อเพิ่มความเย็น จากนั้นให้ใช้สำลีแผ่นมาจุ่มในน้ำชา แล้วมาวางประคบบนเบ้าตาทั้งสองข้าง แล้วปล่อยทิ้งไว้สัก 10 – 15 นาที ก็จะลดอาการตาบวมลงได้มากเลยคะ

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

สาวๆ ท่านใดที่ร่างกายขาดน้ำหรือยังดื่มน้ำไม่เพียงพอ นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้ถุงใต้ตาบวมได้เช่น แถมผิวพรรณของเรายังโทรม มีริ้วรอยขึ้นง่ายอีกด้วย และที่สำคัญคือ…การดื่มแอลกอฮอล์ จะยิ่งทำให้ถุงใต้ตายิ่งบวมเป่ง ! อย่างเห็นได้ชัด เราแนะนำให้สาวๆชายหนุ่มทุกท่าน ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ประมาณวันละ 8 – 10 แก้วยิ่งดี รวมทั้งให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ลด ละ เลิก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาลงได้มากๆเลย และทำให้ผิวพรรณกลับมาสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอีกด้วย

จบไปแล้วสำหรับ 5 วิธีลดอาการถุงใต้ตาบวม ใครจะนำไปใช้ก็ไม่เสียหาย รับรองได้ผลชัวร์ แต่ทั้งนี้…ก็ควรดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอกันด้วยนะ

กล้วย สรรพคุณเสริมความงาม

กล้วย สรรพคุณเสริมความงาม

%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87

สวัสดีสาวๆ หนุ่มๆทุกท่าน วันนี้เราจะนำเรื่องกล้วยๆ ที่มีสรรพคุณมากมายในการเสริมความงามกันคะ  กล้วยเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายแถมยังมีสารอาหารและแร่ธาตุที่สำคัญกับผิวและร่างกายอีกด้วย อาทิ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี  วิตามินเอ วิตามินบี 1  วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน เป็นต้น  ดังนั้น คุณสามารถนำกล้วยมาใช้เพื่อบำรุงผิวในแต่ละวันได้ วันนี้เราจึงพามาดูกันเลยคะ ว่ามีสูตรที่แนะนำบ้าง

  1. สูตรผิวสว่างใสเปล่งปลั่ง

โดยการนำกล้วยหอมกับนมสดครึ่งถ้วยมาปั่นรวมกันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้ล้างหน้าให้สะอาด แล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้พอกลงบนผิว ใบหน้า ลำตัวประมาณ 20 นาที อ๋อ แต่ต้องยกเว้นบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก สรรพคุณ คุณค่าของน้ำนม – กล้วยหอมจะทำให้ผิวสว่างใสและเนียนนุ่มอีกเยอะเลย

  1. สูตรฟื้นฟูผิวไหม้

นำกล้วย – นมสดมาปั่นรวมกัน หรือหากใครชอบแบบบดละเอียดก็สามารถทำได้  จากนั้นให้นำมาพอกทิ้งไว้เป็นเวลา10-20นาที สูตรนี้ทำให้ผิวที่หยาบกร้าน แข็งกระด่างดำ ดูเรียบเนียนขึ้น ซึ่งสูตรนี้ใครที่ผิวไหม้จากแดด เราแนะนำให้ใช้ได้เลย

  1. สูตรมาร์คหน้าแบบสปา

ให้นำด้านในเปลือกกล้วยมาถูบริเวณใบหน้าให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้สักพัก จนรู้สึกว่าผิวหน้าตึงๆประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว  สำหรับสูตรนี้คุณสามารถทำได้ทุกวัน หรือหากใครไม่มีเวลามากพอ ก็ควรทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งก็ได้ ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องไม่ควรใช้เปลือกกล้วยที่มีสีเขียวหรือกล้วยไม่สุกดี  เพราะในช่วงนั้นเปลือกกล้วยยังมีเมือก จะมีประโยชน์ต่อผิวไม่มากนัก  และมียางบริเวณเปลือกค่อนข้างเยอะ อาจจะทำให้ผิวที่บอบบางเกิดอาการแพ้ได้

  1. สูตรลดผิวแห้ง

นำกล้วยหนึ่งลูกมาบดให้ละเอียด แล้วนำไปพอกบริเวณผิวที่หยาบกร้าน  อย่างข้อศอก หัวเข่า มือ สรรพคุณจากกล้วยจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และลดอาการหยาบกร้านลงได้ แต่ทั้งนี้ ต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยนะ

  1. สูตรหน้าเด้งดึงๆ

นำกล้วยหนึ่งลูกมาบดและผสมกับไข่แดงหนึ่งฟองและนมสด  จากนั้นให้นำมาคนให้เข้ากัน และไปพอกลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20- 30 นาที แนะนำว่าสูตรนี้เหมาะสำหรับสาวๆหน้าแห้งที่อยากหน้านุ่มชุ่มชื่นมากๆเลย

จบแล้วสำหรับ สรรพคุณเพื่อเสริมความงามของกล้วย หากใครที่จะสูตรต่างๆนี้เราก็ไม่ว่ากัน แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังอาการแพ้กันด้วย ไม่อย่างงั้นแทนที่จะได้ดูแลผิว อาจกลายเป็นการทำลายผิวแทนนะ

7 เคล็ดลับ อายุยืนแถมสุขภาพดี

 

7-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82

หากใครที่อยากมีสุขภาพดีแถมยังอายุยืนด้วย แนะนำให้อ่านบทความนี้เลย รับรองเลยว่าสุขภาพแข็งแรง และอายุยืนเหมือนหนุ่มสาวสองพันปีของคุณจะไม่ใช่แค่ฝันอีกต่อไป

  1. จงเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี

จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่รู้จักคิดบวกจะมีอายุยืนกว่าผู้ที่คิดลบ ตั้งแง่กับผู้อื่น เนื่องจากการมองโลกในแง่ดีจะมีส่วนช่วยในการลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ราว 50  %  หากเทียบกับคนที่มองโลกในแง่ร้าย

  1. ไม่ควรหอบงานกลับมาทำที่บ้านเด็ดขาด

บ้านควรเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อให้คุณออกไปรับกับเช้าวันใหม่ได้อย่างเต็มที่ หากคุณยังหอบงานมาทำที่บ้าน นั่นอาจหมายถึงคุณไม่อาจจัดการกับหน้าที่ที่มีอยู่ได้ และอาจจะทำให้เกิดความเครียดสะสมในที่สุด คนที่มีความเครียดอยู่เป็นประจำมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้ ข้อนี้ควรพึงระลึกไว้ให้ดี อักทั้งความเครียดจะไปบั่นทำลายระบบภูมิคุ้มกันรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคและริ้วรอยต่าง ๆ

3. จิบชาวันละนิด

ข้อนี้คงจะถูกใจสาวก Tea Break กันไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาเย็น  ชาดำเย็นก็ล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระกันทั้งนั้น เป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการดื่มชาดำแก้วหนึ่งต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตจากหัวใจวายได้อีกด้วย

4. กินผักผลไม้เยอะ ๆ

ผักผลไม้นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง หายหวัดแล้วยังช่วยยับยั้งการเกิดโรคหัวใจ  และมะเร็งบางชนิด  เพราะสารอาหารที่อยู่ในผัก ผลไม้จะช่วยควบคุมความดันเลือดรวมทั้งปริมาณคอเลสเตอรอล และยังมีกากใยของอาหารที่ส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย

  1. หม่ำช็อกโกแลต

ข้อนี้คงถูกใจสาวกช็อกโกแลตกันไม่น้อย แน่นอนสารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในช็อกโกแลต  จะมีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาสุขภาพหัวใจ  อีกทั้งยังลดความเสื่อมของเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกาย  แต่เรามีข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ ต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้น  เพราะนอกจากปริมาณแคลอรี่จะน้อยกว่าแล้ว  ดาร์กช็อกโกแลตจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าช็อกโกแลตที่ผสมนมถึง 2 เท่า กินแล้วสุขภาพดี กินแล้วอารมณ์ดี แต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นนะ

หากใครอยากสุขภาพดี อายุยืนก็สามารถทำตามได้ตามหัวข้อข้างต้นนี้เลย  สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเอง ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตนเองตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สายนะ