5 วิธีลดถุงใต้ตา ทำง่าย ได้ผลชัวร์

5 วิธีลดถุงใต้ตา ทำง่าย ได้ผลชัวร์

5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%84

หากใครมีปัญหารอบดวงตาหรือใต้ตาคล้ำแล้วละก็  บทความนี้ช่วยคุณได้ด้วย 5 วิธีง่ายๆเพื่อลดถุงใต้ตาและลดอาการบวมลง รับรองว่า ทำง่าย ได้ผลชัวร์

  1. ลดอาการตาบวมด้วยแตงกวา

ข้อนี้หลายๆคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิธีการง่ายๆก็คือ นำแตงกวาที่แช่เย็นมาหั่นบางๆไม่เล็กไม่ใหญ่ จากนั้นนำมาวางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง แล้วปล่อยไว้ 20 – 30 นาที จากนั้นเอาแตงกวาออก วิธีนี้เนื่องจาก ในแตงกวาจะมีมอยส์เจอไรเซอร์ซึ่งเป็นสารจากธรรมชาติช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นรอบดวงตา นอกจากนี้ ยังทำให้ผิวรอบดวงตาดูชุ่มชื้น ปลุกความสดใส แถมบอกลาปัญหาผิวรอบดวงตาหมองคล้ำ บวมได้อีกด้วย

  1. ลดอาการตาบวมด้วยมันฝรั่ง

นำมันฝรั่งหั่นเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาวางที่เบ้าตั้งสองข้าง 20 นาทีแล้วเอาออก คุณสมบัติของมันฝรั่งจะช่วยลดอาการบวม จะทำให้ถุงใต้ตาที่บวมเป่ง ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

  1. ลดอาการบวมด้วยช้อนเย็น

วิธีอาจดูตลก แต่ลองทำดูก็ไม่เสียหาย เพียงนำช้อนแช่ในตู้เย็น 10 – 15 นาที จากนำมาครอบลงบนเบ้าตาทั้งสองข้างจนความเย็นนั้นหายไป ความเย็นจากช้อนจะช่วยหลอดเลือดให้หดตัวและบรรเทาอาการตาบวมลงได้

  1. ลดอาการตาบวมด้วยถุงชา

หลายคนอาจได้ยินวิธีกันมาบ้างแล้ว โดยการนำถุงชามาชงกับน้ำร้อน แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น หรือนำน้ำชาที่หายร้อนไปแช่ในตู้เย็นเพื่อเพิ่มความเย็น จากนั้นให้ใช้สำลีแผ่นมาจุ่มในน้ำชา แล้วมาวางประคบบนเบ้าตาทั้งสองข้าง แล้วปล่อยทิ้งไว้สัก 10 – 15 นาที ก็จะลดอาการตาบวมลงได้มากเลยคะ

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

สาวๆ ท่านใดที่ร่างกายขาดน้ำหรือยังดื่มน้ำไม่เพียงพอ นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้ถุงใต้ตาบวมได้เช่น แถมผิวพรรณของเรายังโทรม มีริ้วรอยขึ้นง่ายอีกด้วย และที่สำคัญคือ…การดื่มแอลกอฮอล์ จะยิ่งทำให้ถุงใต้ตายิ่งบวมเป่ง ! อย่างเห็นได้ชัด เราแนะนำให้สาวๆชายหนุ่มทุกท่าน ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ประมาณวันละ 8 – 10 แก้วยิ่งดี รวมทั้งให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ลด ละ เลิก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาลงได้มากๆเลย และทำให้ผิวพรรณกลับมาสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอีกด้วย

จบไปแล้วสำหรับ 5 วิธีลดอาการถุงใต้ตาบวม ใครจะนำไปใช้ก็ไม่เสียหาย รับรองได้ผลชัวร์ แต่ทั้งนี้…ก็ควรดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอกันด้วยนะ

กล้วย สรรพคุณเสริมความงาม

กล้วย สรรพคุณเสริมความงาม

%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87

สวัสดีสาวๆ หนุ่มๆทุกท่าน วันนี้เราจะนำเรื่องกล้วยๆ ที่มีสรรพคุณมากมายในการเสริมความงามกันคะ  กล้วยเป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายแถมยังมีสารอาหารและแร่ธาตุที่สำคัญกับผิวและร่างกายอีกด้วย อาทิ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี  วิตามินเอ วิตามินบี 1  วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน เป็นต้น  ดังนั้น คุณสามารถนำกล้วยมาใช้เพื่อบำรุงผิวในแต่ละวันได้ วันนี้เราจึงพามาดูกันเลยคะ ว่ามีสูตรที่แนะนำบ้าง

  1. สูตรผิวสว่างใสเปล่งปลั่ง

โดยการนำกล้วยหอมกับนมสดครึ่งถ้วยมาปั่นรวมกันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้ล้างหน้าให้สะอาด แล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้พอกลงบนผิว ใบหน้า ลำตัวประมาณ 20 นาที อ๋อ แต่ต้องยกเว้นบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก สรรพคุณ คุณค่าของน้ำนม – กล้วยหอมจะทำให้ผิวสว่างใสและเนียนนุ่มอีกเยอะเลย

  1. สูตรฟื้นฟูผิวไหม้

นำกล้วย – นมสดมาปั่นรวมกัน หรือหากใครชอบแบบบดละเอียดก็สามารถทำได้  จากนั้นให้นำมาพอกทิ้งไว้เป็นเวลา10-20นาที สูตรนี้ทำให้ผิวที่หยาบกร้าน แข็งกระด่างดำ ดูเรียบเนียนขึ้น ซึ่งสูตรนี้ใครที่ผิวไหม้จากแดด เราแนะนำให้ใช้ได้เลย

  1. สูตรมาร์คหน้าแบบสปา

ให้นำด้านในเปลือกกล้วยมาถูบริเวณใบหน้าให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้สักพัก จนรู้สึกว่าผิวหน้าตึงๆประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว  สำหรับสูตรนี้คุณสามารถทำได้ทุกวัน หรือหากใครไม่มีเวลามากพอ ก็ควรทำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งก็ได้ ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องไม่ควรใช้เปลือกกล้วยที่มีสีเขียวหรือกล้วยไม่สุกดี  เพราะในช่วงนั้นเปลือกกล้วยยังมีเมือก จะมีประโยชน์ต่อผิวไม่มากนัก  และมียางบริเวณเปลือกค่อนข้างเยอะ อาจจะทำให้ผิวที่บอบบางเกิดอาการแพ้ได้

  1. สูตรลดผิวแห้ง

นำกล้วยหนึ่งลูกมาบดให้ละเอียด แล้วนำไปพอกบริเวณผิวที่หยาบกร้าน  อย่างข้อศอก หัวเข่า มือ สรรพคุณจากกล้วยจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และลดอาการหยาบกร้านลงได้ แต่ทั้งนี้ ต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเลยนะ

  1. สูตรหน้าเด้งดึงๆ

นำกล้วยหนึ่งลูกมาบดและผสมกับไข่แดงหนึ่งฟองและนมสด  จากนั้นให้นำมาคนให้เข้ากัน และไปพอกลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20- 30 นาที แนะนำว่าสูตรนี้เหมาะสำหรับสาวๆหน้าแห้งที่อยากหน้านุ่มชุ่มชื่นมากๆเลย

จบแล้วสำหรับ สรรพคุณเพื่อเสริมความงามของกล้วย หากใครที่จะสูตรต่างๆนี้เราก็ไม่ว่ากัน แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังอาการแพ้กันด้วย ไม่อย่างงั้นแทนที่จะได้ดูแลผิว อาจกลายเป็นการทำลายผิวแทนนะ

เทคนิคในการเช่ารถเพื่อนำเที่ยวเชียงใหม่แบบคุ้มสุดๆ

เทคนิคในการเช่ารถเพื่อนำเที่ยวเชียงใหม่แบบคุ้มสุดๆ

การ เช่ารถ เที่ยวแบบสุดคุ้ม มันเป็นการใช้ประโยชน์ของการเช่ารถให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งก็จะมีเทคนิคการในการใช้รถอยู่หลายอย่างเช่นกัน อย่างเช่น การเช่ารถเพื่อนำไปเที่ยวควรจะเช่ารถเป็นระยะเวลา อย่างน้อย 3-7 วันขึ้นไปจะได้ในราคาที่ถูกกว่าปกติ เช่น เช่ารถในระยะเวลา 1-2 วันก็จะราคาวันละ 1400 บาท/ วัน แต่ถ้าเราเช่าในระยะเวลา 3-7 วัน ก็จะเหลือวันละ 1200 บาท/วัน นั้นก็หมายความว่าคุณได้ประหยัดเงินค่าเช่าไปวันละ 200 บาท และถ้าอยากจะประหยัดกว่านั้นก็คือคุณเช่ารายเดือนอาจจะถูกกว่าการเช่ารถรายวันเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าจะให้ดีนะครับผมแนะนำให้คุณเช่ารถในการท่องเที่ยวช่วงหน้า Low Season อาจจะได้ราคาที่ถูกเพราะบางบริษัทของรถเช่าเขาไม่มีลูกค้าเช่าเขาก็ต้องปล่อยให้เช่าในราคาที่ถูกได้.

รถเช่าเชียงใหม่

บริษัท รถเช่าเชียงใหม่ บางเจ้าก็มีโปรโมชั่นแต่ตัวราคาโปรโมชั่นเขาก็อาจจะให้เราจองล่วงหน้าก่อนที่เราจะใช้รถอาจจะจองประมาณ 20 วัน ก่อนใช้รถคุณถึงจะได้ในราคาโปรโมชั่นนั้น บริษัท รถเช่าเชียงใหม่ ของแต่ละบริษัทก็จะมีเงื่อนไขในการเช่าที่แตกต่างกันออกไป หากคุณจะเดินทางไปเที่ยวหรือพักผ่อนก็ควรที่จะวางแผนการเดินทางก่อน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา หรือลองเช่ารถเที่ยวในช่วง Low Season ซึ่งคนเที่ยวกันน้อย ทั้งบริษัท รถเช่าเชียงใหม่ ราคาถูก และโรงแรมต่างก็มีการจัดโปรดีๆมาแข่งกัน ซึ่งเราจะได้ราคาที่ถูกลงครับ

7 เคล็ดลับ อายุยืนแถมสุขภาพดี

 

7-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82

หากใครที่อยากมีสุขภาพดีแถมยังอายุยืนด้วย แนะนำให้อ่านบทความนี้เลย รับรองเลยว่าสุขภาพแข็งแรง และอายุยืนเหมือนหนุ่มสาวสองพันปีของคุณจะไม่ใช่แค่ฝันอีกต่อไป

  1. จงเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี

จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่รู้จักคิดบวกจะมีอายุยืนกว่าผู้ที่คิดลบ ตั้งแง่กับผู้อื่น เนื่องจากการมองโลกในแง่ดีจะมีส่วนช่วยในการลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ราว 50  %  หากเทียบกับคนที่มองโลกในแง่ร้าย

  1. ไม่ควรหอบงานกลับมาทำที่บ้านเด็ดขาด

บ้านควรเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อให้คุณออกไปรับกับเช้าวันใหม่ได้อย่างเต็มที่ หากคุณยังหอบงานมาทำที่บ้าน นั่นอาจหมายถึงคุณไม่อาจจัดการกับหน้าที่ที่มีอยู่ได้ และอาจจะทำให้เกิดความเครียดสะสมในที่สุด คนที่มีความเครียดอยู่เป็นประจำมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้ ข้อนี้ควรพึงระลึกไว้ให้ดี อักทั้งความเครียดจะไปบั่นทำลายระบบภูมิคุ้มกันรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคและริ้วรอยต่าง ๆ

3. จิบชาวันละนิด

ข้อนี้คงจะถูกใจสาวก Tea Break กันไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาเย็น  ชาดำเย็นก็ล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระกันทั้งนั้น เป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการดื่มชาดำแก้วหนึ่งต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตจากหัวใจวายได้อีกด้วย

4. กินผักผลไม้เยอะ ๆ

ผักผลไม้นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง หายหวัดแล้วยังช่วยยับยั้งการเกิดโรคหัวใจ  และมะเร็งบางชนิด  เพราะสารอาหารที่อยู่ในผัก ผลไม้จะช่วยควบคุมความดันเลือดรวมทั้งปริมาณคอเลสเตอรอล และยังมีกากใยของอาหารที่ส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย

  1. หม่ำช็อกโกแลต

ข้อนี้คงถูกใจสาวกช็อกโกแลตกันไม่น้อย แน่นอนสารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในช็อกโกแลต  จะมีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาสุขภาพหัวใจ  อีกทั้งยังลดความเสื่อมของเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกาย  แต่เรามีข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ ต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้น  เพราะนอกจากปริมาณแคลอรี่จะน้อยกว่าแล้ว  ดาร์กช็อกโกแลตจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าช็อกโกแลตที่ผสมนมถึง 2 เท่า กินแล้วสุขภาพดี กินแล้วอารมณ์ดี แต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นนะ

หากใครอยากสุขภาพดี อายุยืนก็สามารถทำตามได้ตามหัวข้อข้างต้นนี้เลย  สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเอง ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตนเองตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สายนะ

 

ประโยชน์ 5 สมุนไพรไทยใน อาหาร ที่ควรรู้

การรับประทาน อาหาร ที่ดีและมีประโยชน์นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญและควรเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง เพราะ อาหาร ถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่จะนำมาซึ่งสุขภาพที่ดี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาหาร ของไทยเป็น อาหาร ที่มีประโยชน์มาก เพราะมีส่วนประกอบและใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสมุนไพรไทย ซึ่งมีสรรพคุณทางยาและคุณค่าทาง อาหาร ไม่น้อย  เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่รักและดูแลสุขภาพ ดังนั้นหลายคนจึงเลือกรับประทาน โดยขอแนะนำประโยชน์ของ 5 สมุนไพรไทยดังนี้

กระเทียม

กระเทียมสมุนไพรไทยที่ขาดไม่ได้สำหรับ อาหาร ซึ่งมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับสรรพคุณทางยามีส่วนช่วยในการช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง และลดการเกิดแผลในกระเพาะ อาหาร ได้ ซึ่งการรับประทานกระเทียมเป็นประจำก็จะช่วยบำรุงระบบการย่อย อาหาร ให้ดีและทำงานเป็นปกติด้วย

 หอมแดง

หอมแดงสมุนไพรไทยที่มักนำมาประกอบ อาหาร อยู่เสมอ ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยขับลม แก้อาการปวดท้อง บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก เพราะกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของหอมแดง สำหรับหอมแดงมักนำไปประกอบ อาหาร ประเภทเมนูยำต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความหอมให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ข่า

ข่าถือเป็นสมุนไพรไทยที่มักนำมาประกอบ อาหาร ไทยหลากหลายประเภท ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติไม่น้อย โดยเฉพาะต้มข่าไก่ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนและมีความหอม สำหรับสรรพคุณทางยาของข่านั้นช่วยเกี่ยวกับระบบการย่อย อาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และขับลม

มะขาม

มะขามเป็นวัตถุดิบหลักใน อาหาร ไทยหลายประเภท ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติ อาหาร ให้กลมกล่อมโดยจะมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว มะขามเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาในการช่วยขับเสมหะ แก้ไอ และแก้อาการท้องผูกเพราะมะขามมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในเรื่องการขับถ่ายให้เป็นปกติ

โหระพา

โหระพาเป็นสมุนไพรไทยที่มีความหอม ซึ่งช่วยเพิ่มความหอม ดับกลิ่นคาวให้กับ อาหาร อีกทั้งยังช่วยตกแต่ง อาหาร ให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น สรรพคุณทางยาของโหระพามีฤทธิ์ช่วยขับลมในกระเพาะ อาหาร ช่วยแก้อาการท้องอืดเฟ้อ ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหา อาหาร ไม่ย่อยหรือกรดไหลย้อน

อาหาร ไทยถือเป็น อาหาร ที่ประกอบด้วยสมุนไพรจำนวนมาก ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับผู้รับประทาน อาหาร ที่รักสุขภาพ ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับยุคสมัยปัจจุบันนี้ที่คนหันมารักและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สมุนไพรไทยมีคุณค่าทาง อาหาร และมีสรรพคุณทางยา ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม หอมแดง ข่า มะขาม โหระพา รวมถึงพริก ขิง ตะไคร้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย โดยจะสังเกตได้จากคนที่รับประทานสมุนไพรจะมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุยืนอีกด้วย

 

เคล็ดลับเลือกซื้อ 5 อาหาร ทะเลที่คุณควรรู้

อาหาร ทะเลของประเทศไทยนั้นถือว่าเลื่องชื่อและได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ และความสดที่การันตีได้จากการเดินทางของนักท่องเที่ยว นักชิมจากทั่วโลกที่เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อมาลิ้มชิมรสชาติ อาหาร ทะเล โดยสามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนู ซึ่ง อาหาร ทะเลนั้นถือว่ามีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเนื่องจากมีเกลือแร่ และโปรตีนสูง ดังนั้นในแต่ละมื้อควรมี อาหาร ทะเลประกอบอยู่บ้าง ซึ่งมีเคล็ดลับเลือกซื้อที่คุณควรรู้มาแนะนำดังต่อไปนี้

 ปลา

วิธีการเลือกปลาทะเลคุณควรเลือกโดยการสัมผัสตัวปลาและใช้นิ้วกดลงที่ตัวปลา ปลาที่มีความสดใหม่จะมีเกล็ดปลาที่แน่น สังเกตที่ความมันเงาของเกล็ดปลา ตาปลาใสไม่ขุ่น และเหงือกปลามีแดงสด เมนู อาหาร ประเภทปลาทะเล ได้แก่ ปลาเก๋าราดพริก ปลากระพงทอดน้ำปลา

 หมึก

วิธีการเลือกหมึกควรเลือกที่ตัวกลมกลึงไม่แบนลีบ เนื้อแน่นไม่เละ ตัวหมึกใส ตาจะต้องใสไม่ขุ่น หมึกมีครอเลสโตรลอสสูง ดังนั้นจึงควรรับประทานแต่พอเหมาะ สำหรับเมนู อาหาร ที่ได้รับความนิยมได้แก่ หมึกไข่ยัดไส้ หมึกนึ่งมะนาว หมึกย่าง

 กุ้ง

กุ้งเป็น อาหาร ทะเลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเมนูกุ้งย่าง ต้มยำกุ้ง กุ้งทอดกระเทียมพริกไท สำหรับวิธีการเลือกกุ้งเพื่อนำมาประกอบ อาหาร นั้นควรเลือกที่หัวติดกับลำตัวของกุ้ง เปลือกกุ้งจะต้องใสมองเห็นมันกุ้ง เนื้อแน่นไม่นุ่มเละและตาใส

 ปู

ปูอีกหนึ่ง อาหาร ทะเลยอดนิยมที่สามารถนำมาประกอบ อาหาร ได้หลายเมนูไม่ว่าจะเป็นปูผัดผงกระหรี่ ปูหล่น หรือปูนึ่งสำหรับวิธีการเลือกปู ควรพลิกหงายดูท้องปูจะต้องมีสีเหลืองอ่อน และใช้นิ้วกดท้องต้องแข็งไม่บุ๋ม แสดงว่าเป็นปูที่มีเนื้อแน่น เนื้อเยอะ และนำไปประกอบ อาหาร ได้อร่อยขึ้น

หอย

สำหรับวิธีการเลือกซื้อหอยควรจะต้องเลือกหอยที่ฝาปิดสนิท ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน เนื้อหอยจะต้องมีสีสดไม่ซีด ซึ่งก่อนจะนำมาประกอบ อาหาร ควรล้างให้สะอาดเพราะหอยมักจะมีดินหรือทรายปะปน ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและท้องเสียได้ สำหรับเมนู อาหาร ลวกจิ้ม โดยนิยมนำหอยแครง หอยแมลงภู่

การเลือก อาหาร ทะเลเพื่อนำมาประกอบ อาหาร นั้นเป็นสิ่งที่ควรรู้ โดยเฉพาะคุณแม่บ้านพ่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้รสชาติที่ดีแล้ว ยังเป็นการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี ส่งผลต่อสุขภาพที่ดี เพราะหลายครั้งที่ อาหาร ทะเลที่ไม่ได้มาตรฐานเมื่อรับประทานเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ดังนั้นการเลือก อาหาร ทะเลอย่างปลา หมึก กุ้ง ปู และหอยจึงควรเลือกอย่างพิถีพิถันและใส่ใจ

ลำแต้ ๆ แบบเชียงใหม่ของแท้ที่ ร้านคุ้มขันโตก

ประเพณีการกินขันโตกนั้นเป็นประเพณีของชาวล้านนาไทย หรือชาวภาคเหนือนั่นเอง การรับประทานอาหารแบบขันโตก ที่ร้านคุมขันโตกนั้นจะทำให้คุณได้ลิ้มรสอาหารสไตล์ล้านนาแบบแท้ ๆ หากไปหาที่<เที่ยวเชียงใหม่กันเหนื่อยแล้ว ก็ต้องหาที่กินเชียงใหม่ใช่ไหมล่ะ มาเชียงใหม่ทั้งทีก็ต้องมากินขันโตกนี่แหละ ลิ้มรสดูว่าอาหารแบบล้านนาที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร เพื่อจะได้เรียกว่ามาไม่เสียเที่ยวนั่นเอง

คุ้มขันโตก

มาบรรยายถึงการตกแต่งภายในร้าน คุมขันโตก กันก่อน ร้านจะมีการตกแต่งแบบสไตล์ล้านนาไทยเลย เวลาอยู่ในร้านก็จะรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในยุคนั้นเสียจริง ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบรรยากาศภายในร้านทำให้เราเข้าถึงความเป็นล้านนาของอาหารได้มากขึ้นด้วย แล้วที่ร้าน คุมขันโตก เองก็มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาเหล่านี้ไว้ด้วย โดยจะมีการแสดงแบบล้านนาให้เราได้ชมกันระหว่างรับประทานอาหาร ถือเป็นเรื่องที่ดีที่เรายังได้รู้ว่าศิลปะวัฒนธรรมที่สวยงามเหล่านี้ยังคงอยู่ต่อไป หากใครอยากดูการแสดงด้วยก็ให้แนะนำว่าไปเวลา 19.45 น. เพราะเวลานี้จะเป็นเวลาของการเริ่มการแสดงนั่นเอง  ภายในร้านก็จะมี 6 โซน ลานขันโตก, เรือนพลับพลา, ช่วงคนเมือง, ลานกล้วยไม้, ห้องลีลาวดี และคุ้มคำ โดยแต่ละโซนนั้นจะจัดให้เราได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตความของเมืองเชียงใหม่ที่แตกต่างกัน ส่วนเมนูที่เด่น ๆ ของร้าน ก็แน่นอนว่าต้องเป็นอาหารเมืองอยู่แล้ว โดยขอแนะนำว่า แกงฮังเล, น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกอ่อง ของที่นี่จะรสชาติอร่อยมาก ๆ เลย

ส่วนใครที่ต้องการพิกัดของร้านคุมขันโตกนี้จะอยู่ที่ 139 หมู่ 4 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็เดินทางไปได้ไม่ยากมากนัก โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.30-21.00 น.

ร้าน คุมขันโตก เป็นหนึ่งในร้านอาหารในเชียใหม่ที่ใครมาเชียงใหม่ก็ต้องมาโดนสักหน่อยแล้ว เพราะการมาทานอาหารที่ร้านนี้นั้นไม่ได้เพียงแค่มากินอาหารอร่อยเท่านั้น เพราะเรายังได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมล้านนาที่เราอาจไม่เคยเห็น ได้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นล้านนาจริง ๆ ซึ่งมันก็คุ้มค่ามากที่เราจะมาที่เดียวแล้วได้อะไรที่มีประโยชน์หลาย ๆ อย่างกลับติดตัวไปด้วย หากมาเที่ยวต่างเมืองแล้ว สิ่งที่มีค่ามากที่สุดก็คงจะเป็นการได้เห็นวัฒนธรรมที่เราและเขาต่างกันออกไป ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มให้กับประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างถิ่นของเราให้สมบูรณ์และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น